เหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้เราไม่ยอมทิ้งหนังสือ ก็เพราะคิดว่า “สักวันฉันอาจหยิบมาอ่านอีกครั้ง”นี่เรากำลังพูดถึงแค่หนังสือที่เราอ่านจบแล้วและวางไว้ตามชั้นหนังสือ หรือที่ต่างๆรอบบ้านนะคะ ไม่รวมหนังสือใหม่อีกมากมาย ที่เราเห็นหน้าปกแล้วสนใจซื้อมาเก็บไว้แต่ยังไม่มีเวลาอ่านสักที
คนเราอ่านหนังสือเพราะอยากสัมผัสประสบการณ์ในการอ่าน และเมื่ออ่านจบก็ถือว่าเราได้สัมผัสประสบการณ์นั้นแล้ว ถึงแม้จะจำเนื้อหาได้ไม่ทั้งหมด แต่เมื่อรู้ถึงเนื้อหาข้างในแล้ว ก็ไม่บ่อยนักที่จะหยิบหนังสือเล่มเดิมมาอ่านอีกที

ต่อจากเสื้อผ้าก็หนังสือนี่แหละค่ะ ที่มาริเอะ คนโด ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดบ้าน ได้มีแนะนำให้เราจัดการ สะสาง จัด คัดแยกเพื่อส่งต่อ และการที่ได้ลุกขึ้นมาจัดชั้นหนังสือจะช่วยทำให้บ้านของคุณสะอาดขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ เพราะว่าตามซอกและช่องเล็กๆบนชั้นหนังสือนั้น เป็นแหล่งเก็บฝุ่นชั้นดีเลยนะคะ มาดูกันค่ะว่าวิธีจัดชั้นหนังสือตามสไตล์ มาริเอะ คนโด นั้นเป็นอย่างไร

Step 1
เริ่มจากเอาหนังสือออกจากชั้น มาวางรวมกันให้หมดทุกเล่ม จะได้ถือโอกาสนี้ทำความสะอาดเช็ดฝุ่นชั้นหนังสือด้วยค่ะ อย่าลืมเอาหนังสือจากทุกมุมของบ้านออกมาให้หมดนะคะ โดยให้เอามากองรวมกันทั้งหมดเลยค่ะ ไม่ต้องห่วงว่าเป็นหนังสือเล่มที่คุณอ่านค้างอยู่ เพราะหลังจากคุณจัดชั้นหนังสือใหม่เสร็จคุณจะหามันเจออย่างแน่นอนค่ะ

Step 2
แยกประเภทหนังสือออกเป็น 4 กลุ่มได้แก่
• ประเภททั่วไป (หนังสืออ่านเพื่อความบันเทิง)
• ประเภทใช้งาน (หนังสืออ้างอิง หนังสือคู่มือ หนังสือเรียน ตำราอาหาร ฯลฯ )
• ประเภทรูปภาพ (หนังสือรวมภาพถ่าย)
• ประเภทนิตยสาร

โดยปกติแล้ว หนังสือการ์ตูน หรือนิทานต่างๆ จะจัดอยู่ในประเภทหนังสือทั่วไป แต่ถ้ามีอยู่จำนวนมากแนะนำให้แยกออกมาต่างหากได้ค่ะ

Step 3
อย่างที่บอกว่าหน้าปกหนังสือมีผลกับความรู้สึกของเรามากๆ เวลาที่เราจะเลือกซื้อหนังสือส่วนใหญ่ เราก็จะดูจากหน้าปกนี่ล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง หรือคำนิยม ก็ต้องล้วนแต่ Spark Joy จุดประกายความสุขให้กับเราทั้งนั้น เราถึงได้ตัดสินใจซื้อมา ถ้าดูจากปกแล้วเรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้จุดประกายความสุขให้เรามากๆ แน่นอนว่าเราจะต้องรีบเปิดอ่านและก็เก็บรักษามันเป็นอย่างดี

ขั้นตอนหลังจากที่ได้แยกประเภทหนังสือแล้ว ขอให้หยิบหนังสือขึ้นมาทีละเล่มแล้วถามตัวเองด้วยการใช้มือสัมผัสกับหน้าปก เหมือนกับตอนที่เราตัดสินใจซื้อมาว่า Does it spark joy ? ที่สำคัญอย่าเปิดอ่านด้านในนะคะ เพราะถ้าเปิดอ่านรับรองได้ว่าคุณจะใช้เวลาทั้งวัน และไม่สามารถเก็บชั้นหนังสือจนเสร็จแน่ๆ สำหรับเล่มที่ไม่มั่นใจ ขอให้แยกไว้ก่อน ส่วนเล่มที่รู้สึกว่าไม่ Spark Joy ให้แยกกองไปค่ะ เพื่อที่จะเตรียมส่งต่อให้โรงเรียน หรือห้องสมุดที่ขาดแคลน เพราะเวลาที่เรารู้ว่าของที่เราจะบริจาคจะได้ไปทำประโยชน์ต่อให้กับผู้อื่น เราจะตัดใจปล่อยมันไปได้ง่ายขึ้นค่ะ

Step 4
หลังจากที่เราแยกหนังสือตามประเภท และคัดเฉพาะหนังสือที่ Spark Joy ไว้เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดเรียงกลับเข้าชั้นหนังสือ โดยมีคำแนะนำดังนี้ค่ะ
• ให้คุณจัดเรียงหนังสือทั้งหมดในแนวตั้ง
• หันด้านสันของหนังสือออกจะได้เห็นชื่อเรื่องชัดเจน และหันไปในทิศทางเดียวกัน
• วางหนังสือแยกชั้น แยกตามประเภท เช่น ทั่วไป ใช้งาน จากนั้นจัดเรียงย่อยตามลำดับอักษรของชื่อผู้แต่งอีกที

ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากที่เราจัดเก็บตามประเภทหนังสือแล้วเคล็ดลับคือการเก็บเข้าชั้นโดยเรียงสันหนังสือตามสีรุ้ง จากสีเข้มเป็นสีอ่อนได้แก่
ดำ > แดง > เหลือง > เขียว > ฟ้า > ม่วง > ชมพู > ขาว

โดยข้อดีของการจัดเรียงแบบนี้ จะทำให้ชั้นวางหนังสือเราเปรียบเสมือนสิ่งของตกแต่งบ้านเลยละคะ ช่วยเพิ่มความสดใสน่ามอง ทำให้หนังสือของเราดูน่าอ่านอยู่เสมอค่ะ

ขอขอบคุณเคล็ดลับดีดี
จากหนังสือ 108 เวทมนตร์แห่งการจัดบ้าน ขยับข้าวของหนึ่งครั้งเปลี่ยนได้ทั้งชีวิต โดย คนโด มาริเอะ

#Bookshelf
#KonMari
#EnrichLiving

ข่าวสารและบทความอื่นๆ

ผสานแนวคิด KonMari ให้ดีไซน์บ้านสวยมีระเบียบ สะอาดตาสบายใจ

ในความนึกคิดของ คุณพีช-จามิกร ศรีนนท์ และคุณโอ๊ต-สิทธิ เนื่องจำนงค์  บ้านไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างครอบครัวแต่ยังมีความทรงจำแสนหวานในการเริ่มต้นชีวิตคู่ของพวกเขาด้วย เช่นเดียวกับคนรุ่นใหม่ […]

เพื่ออนาคตลูกรัก .. เตรียมพร้อมสังคมการอยู่อาศัยทันสมัยและมีคุณภาพ

จะมีอะไรมีความสุขไปกว่าการมีบ้านหลังใหม่ตามที่เคยวาดฝันเอาไว้ คุณอธิป ภูวนานนท์  บอกว่า “นอกจากดีไซน์บ้านที่ถูกใจแล้ว บ้านในความคิดคำนึงของเขายังต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่ดีและต้องอยู่ในทำเลที่เดินทาง […]

เคล็ดลับคุมโทนห้องสวยด้วย ‘Color Thoery’

การที่บรรยากาศภายในบ้านจะสวย ดูดี ลงตัวได้นั้นมีเคล็ดลับซ่อนอยู่  หนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องของ ‘การใช้สี’ และ ‘การจับคู่สี’ ให้คุมโทนทั้งในส่วนของผนังและเฟอร์นิเจอร์นั้นเอง ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือ […]